มาสร้างปราสาทกล่อง เสริมพัฒนาการให้ลูกน้อยกันเถอะ

ขายของเล่นเด็ก

บทความนี้เราจะชวนคุณพ่อคุณแม่มาสร้างสรรค์ปราสาทกล่องสุดแสนน่ารัก ที่ช่วยเสริมพัฒนาการและความสนิทสนมใกล้ชิดระหว่างพ่อแม่ลูกกัน อ่านมาถึงตรงนี้อย่าเพิ่งถอนหายใจนะคะ เพราะการสร้างปราสาทกล่องให้ลูกนั้นง่ายนิดเดียว ไม่เสียเวลาทำงานอย่างแน่นอน

วิธีการสร้างสรรค์ปราสาทกล่องเสริมพัฒนาการให้แก่ลูกน้อย

  • หากล่องขนาดใหญ่พอที่เด็กจะคลานเข้าไปนั่งเล่นได้มาสัก 1 ใบ หรือมากกว่านั้น
  • ตกแต่งด้านนอกของกล่องด้วยกระดาษที่มีสีสัน ให้เหมือนปราสาทแสนสวยในนิทาน
  • ส่วนด้านในให้แปะด้วยวัสดุชนิดต่างๆ ที่พื้นผิวแตกต่างกัน เช่น ผ้าเนื้อหยาบ ผ้าขนสัตว์นุ่มๆ หรือกระดาษทราย เป็นต้น
  • เจาะช่องเล็กๆ ข้างกล่อง เป็นหน้าต่าง และสมมติว่านี่คือปราสาทของพระราชาจากนิทานเรื่องที่คุณเคยเล่าให้ลูกฟัง และปล่อยให้ลูกเข้าไปสำรวจ

ซึ่งการที่ลูกได้เข้าไปสัมผัสแถบวัสดุ และพื้นผิวต่างๆ จะช่วยกระตุ้นประสาทสัมผัสของลูกให้ทำงานประสานกับสมองส่วนการคิด และจินตนาการ ส่วนการคลานเข้า-ออกในที่แคบๆ เป็นการฝึกกล้ามเนื้อมัดใหญ่ให้ทำงานประสานกันได้ดีขึ้นอีกด้วย

แต่หากคุณพ่อคุณแม่ไม่มีเวลาจริงๆ หรือเป็นสาย Working ก็สามารถหาตัวช่วยจากร้านขายของเล่นเด็กตามห้างสรรพสินค้า หรือร้านขายของเล่นเด็กออนไลน์ก็ได้นะคะ ซึ่งร้านขายของเล่นเด็กต่างๆ นั้นจะมีของเล่นเสริมพัฒนาการให้คุณพ่อคุณแม่เลือกซื้อเลือกหากันอย่างมากมาย รับรองได้เลยว่า คุณพ่อคุณแม่ต้องได้ของเล่นติดไม้ติดมือกลับบ้านไปฝากลูกน้อยเป็นกอบเป็นกำชัวร์

อาหาร VS อายุ ควรเลือกทานอย่างไร

การรับประทานอาหาร

การรับประทานอาหารไม่ใช่พียงแค่ต้องเลือกให้ถูกสุขลักษณะเท่านั้น แต่ต้องทานให้เหมาะกับอายุด้วย อาหารที่แต่ละคนทานเข้าไปนั้นมีประโยชน์ต่อร่างกายของเรามาก เพราะช่วยให้ร่างกายของเราเจริญเติบโตและเสริมสร้างให้แข็งแรงมากยิ่งขึ้น แต่อย่างไรก็ตาม เราควรทานอาหารให้เหมาะสมกับช่วงวัย เพราะว่าคนแต่ละช่วงอายุนั้นมีความต้องการในเรื่องของอาหารที่ต่างกันไป งั้นเรามาดูกันดีกว่าว่า วัยนี้ควรทานอาหารแบบไหนบ้าง

                เด็กในวัยเรียน ต้องทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ และต้องกินทั้ง 3 มื้อด้วย กินอาหารให้หลากหลายและถูกต้องตามฟหลัก เน้นอาหารที่มีธาตุเหล็กและต้องดื่มนมสดอย่างน้อยวันละ 2-3 แก้ว ควรเลี่ยงการกินอาหารฟาสฟู้ด ของหวาน หรือขนมขบเคี้ยว เพราะถ้าทานมากอาจทำให้เกิดโรคอ้วน ฟันผุ เบาหวานตามมาก็ได้ เพราะฉะนั้นใครมีลูกในวัยนี้ต้องดูแลเรื่องอาหารการกินด้วย

 คนในวัย 20–29 ปี วัยนี้เป็นวัยที่ร่างกายเจริญเติบโตเต็มที่ มีพลังงานในการทำกิจกรรมต่างๆ และร่างกายของคุณยังเผาผลาญพลังงานได้ดีอยู่ จึงสามารถทานเนื้อสัตว์ ถั่ว แป้งที่ให้พลังงานสูง และอย่าลืมทานผักและผลไม้ด้วย และต้องดื่มนมและอาหารพวก เต้าหู้ ปลาตัวเล็กตัวน้อย นมถั่วเหลือง เพื่อทดแทนแคลเซียมต่างๆ และควรเลี่ยงการทานไขมันมากเกินไป

                คนในวัย 30-39 ปี วัยนี้เป็นวัยผู้ใหญ่ที่อยู่ในช่วงวัยทำงานอยู่ ในช่วงนี้ก็ยังต้องทานอาหารที่ให้พลังงานอยู่ แต่ควรระมัดระวังในเรื่องของไขมันและคอเลสเตอรอล เพราะอาจทำให้เกิดโรคต่างๆมากมาย จึงควรเลือกทานอาหารที่ไขมันน้อย เช่น ถั่วเมล็ดแห้ง ธัญพืชต่างๆ ที่มีใยอาหารสูง ทำให้อิ่มนานและส่งผลดีต่อระบบลำไส้

 คนในวัย 40–49 ปี ร่างกายเริ่มมีความเปลี่ยนแปลงจะเจ็บป่วยง่าย วัยนี้ต้องการพลังงานลดลงแต่ต้องการแคลเซียมและวิตามินต่างๆเพิ่มขึ้น การทานผักผลไม้จึงเป็นเรื่องสำคัญอย่างมาก เพราะว่าจะช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระและการชะลอวัยด้วย ควรทานน้ำเต้าหู้หรืออาหารที่มีโปรตีนไขมันต่ำ หรืออาหารที่มีกากใยสูงที่ช่วยในการขับถ่าย งดเว้นอาหารทอดกรอบ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน

                คนในวัย 50-59 ปี วัยนี้จะมีปัญหาเรื่องกระดูก จึงควรทานอาหารประเภทนม ผลิตภัณฑ์จากนม เนยแข็ง ปลาตัวเล็กตัวน้อย รวมถึงผักใบเขียวให้มากเข้าไว้ และต้องดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 8-12 แก้ว ทานอาหารพวกคาร์โบไฮเดรตให้น้อยลง เน้นไปที่เนื้อปลาเพราะย่อยง่าย

                คนในวัย 60 ปีขึ้นไป ร่างกายและอวัยวะภายในต่างๆ เริ่มเสื่อมลงแล้ว ทำให้การเผาผลาญพลังงานในร่างกายลดลงไปด้วย เป็นวัยที่ต้องการพลังงานน้อยลง มื้อเช้าควรทานอาหารที่ให้พลังงานและโปรตีนในปริมาณที่เพียงพอ และควรทานผักและผลไม้ด้วย ยิ่งตอนที่เจ็บป่วยยิ่งต้องทานให้ครบ

รู้จักอาหารเพื่อสุขภาพ

การรับประทานอาหาร

          ยุคนี้สมัยนี้เป็นยุคของการดูแลสุขภาพ ไม่ว่าจะเป็นการออกกำลังกายหรือว่าการรับประทานอาหาร ที่เราควรต้องให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก อาหารเพื่อสุขภาพจึงได้รับความสนใจเป็นพิเศษ อาหารเพื่อสุขภาพ คือ อาหารที่ทานแล้วมีประโยชน์ต่อร่างกาย สามารถทานได้อย่างต่อเนื่อง เพียงแต่ว่าต้องมีการรักษาความสะอาดหรือปรุงอาหารอย่างถูกวิธีด้วย เพื่อให้คุณได้รับประโยชน์อย่างเต็มที่จากอาหารที่คุณเลือกรับประทาน และวันนี้เราจะมาพูดถึงประเภทของอาหารเพื่อสุขภาพกัน

           หลักการกินอาหารเพื่อสุขภาพ คือ ให้กินอาหารตามธรรมชาติที่อยู่ในท้องถิ่นและมีอยู่ตามฤดูกาลนั่นเอง โดยการทานอาหารจากธรรมชาติและที่มีอยู่ตามฤดูกาลนั้นจำให้เรานั้นมีความต้านทานโรคที่เกิดในท้องถิ่นนั้น และทำให้ร่างกายปรับตัวให้สมดุลกับสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงได้ อย่างเช่น พวกผักพื้นบ้านไทย เช่น ตำลึง กระถิน กล้วย ฯลฯ จะช่วยให้คุณมีสุขภาพที่ดีและลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรค

              อาหารที่ช่วยให้คุณลดคอเลสเตอรอล  อย่างเช่น แอปเปิล เป็นผลไม้กรุบกรอบที่มีทั้งผลแดงหรือเขียว มีไฟเบอร์ที่ย่อยง่าย และยังมีโบรอนที่ช่วยเสริมกระดูกให้แข็งแรง รักษาระดับน้ำตาลในเลือดไว้ได้ และยังมีพวกอะโวคาโดและกล้วยด้วย นอกจากนี้ยังมีปลาและสัตว์น้ำที่มีเปลือก เช่น ปู กุ้ง หอยด้วย เพราะว่าปลามีโอเมก้า 3 เป็นไขมันที่ร่างกายต้องการ เพิ่มคอเลสเตอรอลชนิดดีให้กับร่างกาย

               อาหารชะลอวัย ช่วยต้านอนุมูลอิสระ มีทั้งไฟเบอร์และวิตามินซี อย่างกะหล่ำปลี ช่วยสร้างและทำให้คอลลาเจนอยู่ใต้ผิวหนังได้นานยิ่งขึ้น สำหรับผลไม้เปรี้ยวนั้น มีวิตามินซีเยอะ จึงป้องกันผิวหนังจากความแห้งกร้านและริ้วรอยต่างๆ แถมยังช่วยป้องกันการติดเชื้อด้วย  ส่วนพริกนั้นไม่ว่าจะเป็นพริกชนิดไหนก็มีวิตามินซีเกือบเท่าส้ม โดยพริกหวานสีแดงนั้นจะมีแคโรทีนอยดืป้องกันมะเร็ง เป็นต้น

                อาหารต้านมะเร็ง  โดยเฉพาะแอปริคอยกับลูกพีช เป็นผลไม้ที่มีเบต้าแคโรทีนสูง ป้องกันมะเร็งบางชนิดได้ด้วย ผลไม้วงศ์แตงและฟักทอง ก็มีเบต้าแคโรทีน ไฟเบอร์ โพแทสเซียม ซึ่งมีประโยชน์ต่อร่างกายอย่างมาก เต้าหู้และถั่วเหลือง เช่น เต้าหู้ก้อน น้ำเต้าหู้ ฯลฯ เป็นแหล่งโปรตีนที่สำคัญ จากการวิจัยพบว่าเต้าหู้และถั่วเหลือง ช่วยลดการเกิดมะเร็งได้หลายชนิด เต้าหู้และถั่วเหลืองมีธาตุเหล็กและแคลเซียมสูง ซึ่งมีสารอาหารที่จำเป็นสำหรับผู้หญิง ช่วยบรรเทาอารมณ์แปรปรวนของ

               อาหารออแกนิค  คือ ผลิตภัณฑ์ที่เกิดจากพื้นฐานที่แท้จริงของธรรมชาติ ผลิตจากวัสดุธรรมชาติไม่น้อยกว่า 95% และ ไม่มีการปนเปื้อนของสารสังเคราะห์ใดๆ ที่เกิดจากเทคโนโลยี หรือสารเคมีที่เป็นอันตราย โดยสามารถสะสมในร่างกายได้แค่  5% นอกนั้นต้องปลอดภัยไม่มีอันตราย

               อาหารเสริม เป็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้ทานโดยตรงนอกเหนือจากการทานอาหารหลัก จะอยู่ในรูปเม็ด ผง เกล็ด ของเหลว แคซูล เป็นต้น ซึ่งมีจุดประสงค์เพื่อให้มีสุขภาพดีขึ้นนั่นเอง

               ทั้งหมดนี้ คือ อาหารเพื่อสุขภาพที่คุณนั้นสามารถทานเพื่อเสริมสุขภาพให้ดีขึ้นได้ เพราะการเลือกทานอาหารที่ดีจะส่งผลต่อสุขภาพของคุณโดยตรง

เลือกซื้อซอสปรุงรสยังไง ทำให้อาหารอร่อย

ซอสปรุงรส

การทำอาหารให้อร่อยมีองค์ประกอบหลายอย่าง ทั้งเทคนิควิธีการทำ ไปจนถึงเครื่องปรุงรสต่างๆ โดยเฉพาะซอสปรุงรส ที่จะช่วยชูรสชาติของอาหารให้อร่อยขึ้น  ผลิตภัณฑ์ชิ้นนี้คือ คือ ผลิตภัณฑ์ของเหลวที่มีการย่อยโปรตีนของถั่วเหลืองด้วยการหมักหรือกรรมวิธีอื่นๆที่เหมาะสมโดยจะแต่งรสหรือสีหรือไม่ก็ได้ โดยซอสปรุงรสนั้นจะทำมาจากถั่วเหลือง กากถั่วเหลือง และมีการใช้กรดเข้มข้นสกัดเอาโปรตีนจากถั่วเหลืองออกมา สำหรับการผลิตซอสปรุงรสนั้น จะมีการใช้กรดสกัดเอาโปรตีนอออกมา หลังจากนั้นจะปรับลดสภาพความเป็นกรดลงด้วยการเติมด่าง นิยมใส่โซเดียมไฮดรอกไซด์(โซดาไฟ)ลงไป และในกระบวนการผลิตนั้นจะได้เกลือ โปรตีนและน้ำตาลออกมา และวันนี้เราจะมาพูดถึงวิธีการเลือกซื้อซอสปรุงรสกัน เพื่อให้คุณเลือกซื้อได้อย่างถูกต้อง

การซื้อซอสปรุงรส คุณต้องดูภาชนะที่ใส่ก่อนว่าสะอาดหรือไม่ ให้ดูตรงฝาด้วยว่าต้องปิดสนิท ไม่มีร่องรอยการแกะ และก็ต้องดูส่วนประกอบโดยรวมด้วย เพื่อดูว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่จะซื้อนั้นมีคุณภาพมาตรฐานอย่างไรบ้าง อย่าลืมอ่านฉลากของสินค้าด้วย เพื่อให้คุณเข้าใจรายละเอียดของสินค้ามากยิ่งขึ้น เพราะจะมีทั้งน้ำหนัก ปริมาณสุทธิและส่วนประกอบในซอสปรุงรสนั้น ที่สำคัญจะต้องดูเครื่องหมายรับรองมาตรฐาน เช่น อย. มอก. รวมถึงสถานที่ตั้งที่ผลิตสินค้านี้ ให้คุณสังเกตภาชนะที่ใส่ซอสต้องบอกวัน เวลาที่ผลิต หรือ หมดอายุ เพราะถ้าสินค้าที่ใกล้หมดอายุ คุณก็ไม่ควรซื้อมาใช้จะดีกว่า เพราะว่าซอสข้างในอาจเริ่มเสื่อมสภาพแล้ว และที่สำคัญซอสนั้นต้องไม่ตกตะกอน มีความใสด้วย เพราะถ้าเป็นแบบนี้ก็ไม่ควรซื้อมาใช้และประกอบอาหารเด็ดขาด

            สิ่งสำคัญ คือ ไม่ควรเลือกซื้อที่มีการแบ่งขายตามตลาด หรือที่ไม่มีฉลากหรือเครื่องหมาย รวมทั้งที่ไม่มีเครื่องหมายรับรองมาตรฐานด้วย เพราะอาจเกิดอันตรายต่อสุขภาพของคุณในระยะยาวได้  และที่สำคัญควรซื้อสินค้าในปริมาณที่เหมาะสมกับความต้องการด้วย เพราะถ้าซื้อมากไปก็อาจเสี่ยงทำให้กินไม่ทันและหมดอายุได้็น

                การเลือกซื้อซอสปรุงรสเพื่อใช้ในการประกอบอาหารหรือเพื่อเพิ่มรสชาติให้กับอาหารจึงมีความสำคัญมาก เพราะว่า จะช่วยให้คุณนั้นได้ทานผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพมาตรฐาน ตอบสนองทุกความต้องการของคุณได้ ไม่ว่าจะเป็นอาหารที่ต้องการเพิ่มความอร่อยด้วยซอสปรุงรส ถ้าคุณเลือกซอสปรุงรสที่มีคุณภาพแล้ว ไม่ว่าจะทานกับอะไรก็อร่อยทั้งหมด

               อย่าลืมว่าซอสแต่ละยี่ห้อก็มีรสชาติต่างกัน ถ้าคุณชอบใช้ซอสปรุงรสทานกับอาหาร คุณต้องเรียนรู้ในรสชาติที่คุณชอบด้วย เพื่อจะได้เลือกยี่ห้อของซอสที่คุณชื่นชอบด้วย